![]() |
การที่เราแต่ละคนมีปัญหา ไม่ได้แปลว่า ถ้ากลับเข้าบ้านปัญหาของเราจะกลายมาเป็น ปัญหาของครอบครัว เสมอไป เพราะปัญหาของครอบครัว เกิดจากปัญหาของความสัมพันธ์ระหว่างของคนในครอบครัว ไม่ใช่ปัญหาของตัวบุคคล ดังนั้นถ้าเจอปัญหาการสื่อสารและเปิดอกคุยกันของคนในครอบครัวถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพื่อช่วยกันหาทางออกแล้ววางแผนแก้ปัญหา ปัญหาครอบครัวก็จะไม่เกิด แต่อย่างน้อยๆภาพยนตร์ มันทำให้ฉันพอจะรู้คะว่า "การเปลี่ยนแปลงเพื่อความสุข" มันทำได้จริงๆ และการ "ยอมรับ" ของเราก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลที่มันควรจะเป็น ดันทุรัง กลัวเสียหน้า แล้วเก็บงำ เห็นมาเยอะแล้วค่ะว่า สุดท้ายมันก็ไปไม่รอด สู้เราเปิดอกยอมรับมัน เรายังพอสามารถจะมีกำลังแก้ปัญหาได้เร็วขึ้นคะ ทฤษฎีสังคม ทฤษฎีความขัดแย้ง (Conflict theory) เป็นแนวความคิดที่มีข้อสมมุติฐานที่ว่า พฤติกรรมของสังคมสามารถเข้าใจได้จากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มต่าง ๆ และบุคคลต่าง ๆ เพราะการแข่งขันกันในการเป็นเจ้าของทรัพยากรที่มีค่าและหายาก มีนักสังคมวิทยาหลายท่านที่ใช้ทฤษฎีความขัดแย้งอธิบายการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ภาพยนตร์เรื่องนี้ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งในสังคมนั้นเกิดจากความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องของสิทธิอำนาจ (Authority) คือ คนที่มีอำนาจสามารถไล่พ่อออกจากที่ทำงานได้ เนื่องจากมีคนที่มีความสามารถกว่ามาทำงานนั้นแทนเพื่อผลประโยชน์ที่ได้รับมากกว่า พี่ชายคนโตที่มีอุดมการณ์เป็นทหารญี่ปุ่นไปร่วมรบในกองทัพสหรัฐ ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่มีทหารญี่ปุ่นไปร่วมรบเลย หรือแม้แต่ความขัดแย้งกันในครอบครัวที่พ่อใช้อำนาจของตนตัดสินทุกคนในครอบครัวนำไปสู่ปัญหาครอบครัว สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นเป็นอย่างดีว่าความขัดแย้งอธิบายการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ที่นำไปสู่ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นได้ หากเป็นพ่อ ฉันจะสร้างความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวโดยการพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวบ้าง เพื่อแสดงถึงความห่วงใยที่ตัวเองมีต่อสมาชิกในครอบครัว รับรู้ถึงความต้องการของคนในครอบครัวอย่างมีเหตุผล และแยกให้ออกระหว่าง "ศักดิ์ศรี" กับ "ความจริง" ไม่ยึดติดที่ว่าตัวเองเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้านเป็นเสาหลักปกป้องครอบครัว กับศักดิ์ศรีของความเป็นพ่อ ผู้หารายได้ให้ครอบครัว รับความจริงที่เกิดขึ้นให้ได้ว่าตนเองถูกเชิญให้ออกจากงานโดยไม่ทันตั้งตัว การหางานใหม่ที่ดีอย่างงานเดิมนั้นเป็นไปไม่ได้ เราอาจไม่ได้ทำในสิ่งที่เรารักเหมือนเดิมแต่ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับงานใหม่ที่เราได้รับแค่นี้ก็ทำให้เราทุกข์น้อยลงได้ และเลือกที่จะบอกปัญหาของตนเองให้กับภรรยารับรู้เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาและให้กำลังใจกัน หากเป็นแม่ หน้าที่ของคนเป็นแม่ในภาพยนตร์ดูเป็นแม่บ้านที่สมบูรณ์มากที่เอาใจใส่สามี และลูกๆเป็นอย่างดี ดูเป็นความอบอุ่นเดียวภายในบ้านที่เหลืออยู่ แต่แม่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ถ้าดิฉันเป็นแม่ก็คงอยากทำหน้าที่แม่บ้านที่ดีอย่างนี้ มีความเข้มแข็ง แต่จะสร้างความเข้าใจให้กับคนในครอบครัวให้มากกว่านี้โดยเฉพาะกับผู้เป็นสามี จะไม่นิ่งเงียบทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นที่เห็นสามีที่โรงทานแต่จะถามสามีให้รับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น หากเป็นพี่คนโต ดิฉันจะนึกถึงหน้าที่ของความเป็นลูกให้มากที่สุด แม้ทัศนคติของตนจะไม่ตรงกับคนเป็นพ่อที่ชอบออกคำสั่งต่อทางเดินชีวิตของตัวเอง แต่ก็ต้องนึกถึงว่าคนที่ห่วงใยเรามากที่สุดก็คือพ่อแม่เรา จะไม่ไปเป็นทหารที่นึกถึงอุดมการณ์ของตนเองเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่พอแล้วหน้าที่ที่สำคัญที่สุดคือต้องดูแลพ่อแม่และน้องของตนเองไม่ใช่นึกถึงแต่ตัวเองทำตามความต้องการของตัวเองอย่างเดียว หากเป็นน้องคนเล็ก ดิฉันว่านิสัยของน้องคนเล็กกับดิฉันคล้ายๆกันตอนเป็นเด็ก ด้วยความที่เป็นน้องคนเล็กเป็นเด็กที่ต้องการความยุติธรรม ไม่ค่อยพูด แต่ถ้าพูดและทำอะไรแล้วจะโผงผางตรงไปตรงมาเมื่ออยากเรียนเปียโนก็บอกพ่อตรงๆแต่กลับถูกสั่งห้ามและต่อว่า ดิฉันก็จะแอบเอาเงินค่าอาหารกลางวันประจำเดือนที่ต้องไปจ่ายให้โรงเรียน ไปสมัครเรียนเปียโนอย่างลับๆ โดยไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้เหมือนกัน แล้วค่อยมาบอกกับแม่ทีหลัง หากเป็นตนเอง บางครั้งหน้าที่ที่ฉันได้รับนั่นคือการเรียนที่ต้องไกลบ้าน อาจทำให้ฉันมีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัวน้อยลง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้อารมณ์ความรู้สึกของฉันดูหดหู่ แห้งแล้งเหมือนในภาพยนตร์ เพราะฉันคิดว่าความรักที่พ่อแม่มีให้ฉัน และหน้าที่ของความเป็นลูกที่ฉันมีให้พ่อแม่เป็นสิ่งสำคัญ บางครั้งฉันอาจมีปัญหาในหลายเรื่องก็มีคนในครอบครัวให้คำปรึกษาและเป็นคำปรึกษาที่ดีมากๆ อย่าถือทิฐฐิที่มันกินไม่ได้ การพูดคุยและทำความเข้าใจร่วมกันในครอบครัวถือเป็นสิ่งสำคัญ ข้อคิด อย่าเข้าใจผิดคิดว่า ศักดิ์ศรี คือ การมีหน้ามีตา คือ การที่ไม่สามารถทำงานที่ตกต่ำกว่าเดิม แต่ ศักดิ์ศรีที่แท้ คือ การที่เราเคารพตัวเองและผู้อื่น เคารพในงานที่ตัวเองทำ และ ไม่ทำสิ่งผิดให้ต้องละอายใจ ยังมีอีกหลายๆสิ่งที่สำคัญกว่า การรักษาหน้านั่นคือ การรักษาครอบครัว คำถาม สังคมมนุษย์ในอนาคตจะอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเย็นชา น่าอึดอัดเหมือนสภาพสังคมญี่ปุ่น ในTokyo Sonata หรือไม่ อ้างอิง http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&month=12-2008 http://www.huso.buu.ac.th/cai/Sociology/225101/Lesson3 |
